องค์ความรู้ Smart Farmer ต้นแบบ เรื่องกระบวนการผลิตสตรอเบอรี่ปลอดภัย

1. เรื่อง กระบวนการสตรอเบอรี่ปลอดภัย
2. ชื่อเกษตรกรเจ้าขององค์ความรู้ นายวิทยา  นาระต๊ะ

          วันเดือนปีเกิด   17 มีนาคม 2508
          หมายเลขบัตรประชาชน  3-5708-000225-21
          ที่อยู่ 103/5 หมู่ 5 ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
          โทรศัพท์   084-803-9905

 

3. ความเป็นมา

          นายวิทยา  นาระต๊ะ ได้ทำการปลูกไม้ผลอื่นๆและสตรอเบอรี่  ในพื้นที่ 50.6 ไร่  ภายใต้สภาพพื้นที่เป็นเนินเขาขั้นบันได  มีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน  และแบ่งพื้นที่การปลูกเป็น ๔ สายพันธุ์  และทีการทดสอบสายพันธุ์อีก ๘ สายพันธุ์ซึ่งนำเข้าจาก๙ประเทศ  และปรับปรุงสายพันธุ์ผสมข้ามอีก ๔ สายพันธุ์  โดยพันธุ์ที่ปลูกในปัจจุบัน ได้แก่
          -  พันธุ์พระราชทาน ๘๐ เป็นพันธุ์ที่มีรสชาติหอมหวาน  ขนาดผลใหญ่ รูปทรงหัวใจเนื้อแน่น  ต้านทานโรคแอนแทรคโนส  ผิวบาง ไม่ทนการขนส่ง
          -  พันธุ์๓๒๙ เป็นพันธุ์ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว  กรอบ  ขนาดผลใหญ่  ราคาปานกลาง  เก็บไว้ได้นาน  ทนการขนส่ง  ผลสุกจัดเหมาะแก่การแปรรูป  อบแห้ง  ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้
          -  พันธุ์ ๒๐  เป็นพันธุ์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับพันธุ์ ๓๒๙ ทั้ง ๓ พันธุ์ ให้ผลผลิต เฉลี่ยประมาณ ๒,๕๐๐ – ๓,๐๐๐ กิโลกรัม ต่อไร่
          -  พันธุ์พระราชทาน ๖๐ มีรสชาติหอมหวานขนาดผลใหญ่ ทนต่อโรคและแมลงได้ดี
            โดยการผลิตสตรอเบอรี่ของเกษตรกรในปัจจุบันในพื้นที่ตำบลบ่อแก้ว และตำบลอื่นๆของอำเภอสะเมิง เริ่มมีปัญหา โดยผลผลิตเฉลี่ยจะลดลงทุกปี อันมีสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องมาจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทำให้อากาศไม่เย็นสม่ำเสมอ ทำให้อุณหภูมิแตกต่างกันมากในกลางวันและกลางคืน น้ำไม่อุดมสมบูรณ์ดังในอดีต เหล่านี้เป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือจากากการควบคุม แต่มีอีกสาเหตุหนึ่งจากากการที่เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการปรับปรุงบำรุงสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ ทั้งในเรื่องของดินที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีโดยไม่คำนึงถึงธาตุอาหารที่มีในดินและความต้องการของพืช การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง เหล่านี้ล้วนมีสาเหตุมาจากตัวเกษตรกรทั้งสิ้น ดังนั้นหากจะเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งสตรอเบอรี่และพืชอื่น เกษตรกรจะต้องมีองค์ความรู้เริ่มตั้งแต่การเตรียมดินและการปรับปรุงบำรุงดิน โดยกรรมวิธีต่างๆ และการลดการใช้สารเคมี หันมาใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภคต่อไป

 

4. องค์ความรู้ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ และงานที่ภาคภูมิใจ

                    นายวิทยา นาระต๊ะ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี 2557 หมอดินอาสาดีเด่นกรม พัฒนาที่ดิน ประจำปี 2557 ซึ่งมีพื้นที่ในการทำการเกษตร 56 ไร่ สภาพเป็นภูเขามีความลาดชัน มีปัญหาการชะล้างพังทลายของดินสูง ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ไม่สามารถเก็บกักความชื้นได้ เมื่อปี 2542 จึงสมัครเป็นหมอดินอาสาได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวงทำการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันไดดินจำนวน 15 ไร่ ต่อมาในปี 2547 เห็นว่าความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินสามารถทำให้พื้นที่ใช้ในการทำการเกษตรได้ดี จึงได้ใช้ทุนส่วนตัวว่าจ้างทำขั้นบันไดดินเพิ่มเติมอีกประมาณ 20 ไร่ จากนั้นได้ปรับปรุงพื้นที่ทุกปี โดยการปลูกพืชปุ๋ยสดรวมถึงการปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวขวางความลาดชัน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวิเคราะห์ดินทำการวิเคราะห์ดินเพื่อทราบศักยภาพและคุณสมบัติที่แท้จริงของดิน แล้วใส่ปุ๋ยเพิ่มเติมตามความต้องการของชนิดพืชที่ปลูก“

                    จากนั้นได้ทำการศึกษาหาความรู้ในด้านการปลูกตรอเบอรี่โดยยังเป็นผู้นำด้านการนำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงดิน การนำผลิตภัณฑ์เทคโนโลยชีวภาพด้านการพัฒนาที่ดิน เช่น สารเร่งซูปเปอร์ พด.1 สารเร่งซูปเปอร์ พด.2 สารเร่งซูปเปอร์ พด.3 สารเร่งซูปเปอร์ พด.7 มาใช้ในที่ดินของตนเอง พร้อมทั้งเผยแพร่ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงอย่างเป็นรูปธรรม โดยการเน้นอนุรักษ์ดินและน้ำการใช้สารชีวภัณฑ์โดยได้รับองค์ความรู้จากสำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง บูรณาการร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดเชียงใหม่ในการผลิตขยายเชื้อราไตรโครเดอร์มาป้องกันกำจัดโรค และเชื้อราบิวเวอร์เรีย ป้องกันกำจัดแมลง พร้อมทั้งได้องค์ความรู้ จากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ (ผึ้ง) ในการเลี้ยงผึ่งและ ชันโรง เพื่อช่วยในการผสมเกสรของดอกสตรอเบอรี่ และพืชอื่นๆ โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุ ปรับปรุงโครงสร้างดินเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ ร้อยละ 50
 

5. สรุปองค์ความรู้ที่ใช้

          5.1 การผลิต
                   ในการผลิตสตรอเบอรี่ให้ได้คุณภาพที่ดี  เริ่มตั้งแต่การเตรียมดินต้องไถดินตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคสาเหตุในดิน,มีการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเพิ่มไนโตรเจนในดิน,ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์,ใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มาเพื่อป้องกันโรคเหี่ยว,ทำปุ๋ยน้ำหมักสมุนไพรไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต,ผลิตไหลให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรงโดยต้องเตรียมแม่พันธุ์ที่ปลอดโรค  โดยเอาสตรอเบอรี่ที่ผลิตจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาทำไหล,เตรียมต้นไหลในโรงเรือนที่มีหลังมิดชิด,นำตัวอย่างดินมาวิเคราะห์  เพื่อที่จะทราบว่าดินเป็นกรดหรือด่าง  ตลอดจนธาตุอาหารในดินว่ามีธาตุอะไรบ้างเพื่อเป็นพื้นฐานในการใส่ปุ๋ยครั้งต่อไป,ใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธีแล้วกลบทุกครั้งแล้วรดน้ำตาม,ให้น้ำสม่ำเสมอทุกๆวันไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป  ถ้าให้มากหรือความชื้นภายในดินสูงจะทำให้งานต่อการเกิดโรค  หรือให้น้อยเกินไปก็จะทำให้เหี่ยวเฉาทำให้พืชหยุดชะงักการเจริญเติบโต,ตัดแต่งใบแก่ที่เป็นโรคทิ้ง  โดยให้ทรงต้นโปร่งเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกช่วยลดการเกิดโรค,การนำกล้าสตรอเบอรี่เข้าห้องเย็นเพื่อกระตุ้นให้เกิดเส้นไหลและตาดอก,การยกพื้นทำรางไหลลอยฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคและได้ต้นไหลที่แข็งแรงที่มีคุณภาพสมบูรณ์  ปราศจากโรค,การปลูกแม่พันธุ์ในถุงพลาสติกสีขาวขนาด ๑๐ นิ้ว  ใช้ดินผสมตามอัตราส่วน
                   ภายใต้ระบบการผลิตที่ถูกหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) โดยได้รับการอบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องสารเคมีและการจัดการผลิตพืชที่ดีและเหมาะสม (GAP) จากสำนักวิจัยและและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๑(ส.ว.พ.๑) จังหวัดเชียงใหม่,จาก รศ.ดร.นุชนารถ  จงเลขา  ผู้อำนวยการศูนย์อารักขาพืช มูลนิธิโครงการหลวง  และสำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิงให้การอบรมและร่วมให้คำปรึกษาด้านวิชาการ  จนกระทั่งนำไปปฏิบัติจนเกิดผลที่เป็นประโยชน์ตต้อผู้ผลิตและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ได้ผ่านการรับรองการผลิต GAP ในรูปกลุ่มสมาชิกโครงการหลวง

          5.2 การตลาด
                   แนวคิดการสร้างมูลค่าจากผลผลิตสตรอเบอรี่ที่มีตำหนิ  หรือผลผลิตคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์  โดยการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จากสตรอเบอรี่  ได้แก่ แยม,สตรอเบอรี่อบแห้ง,ไวน์สตรอเบอรี่  ได้รับการคัดสรรระดับ ๒ ดาว,สุรากลั่นชุมชน,น้ำสตรอเบอรี่พร้อมดื่มโดยการตลาดจะต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผนการผลิต
          ๑. เริ่มปลูกสตรอเบอรี่กลางเดือนสิงหาคม  ถึงกลางเดือนตุลาคม
          ๒. แผนการผลิตกำหนดให้ผลผลิตออกสู่ตลาด  โดยเริ่มทยอยให้ผลผลิตในกลางเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี
          ๓. แบ่งขนาดพื้นที่ปลูกเป็นชุด  ปลูกห่างกันชุดละ ๗ วัน  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลกระทบด้านผลผลิต  และไม่เป็นการเสี่ยงต่อปัญหาเรื่องราคาเนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลากมากเกินไป
                   -การจัดการด้านการตลาด
                    -สถานที่จำหน่ายคือ “สวนดอยแก้ว” เลขที่๑๐๓/๕หมู่ที่ ๕ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง
                    -ผู้รับซื้อผลผลิต
                   ๑)  มูลนิธิโครงการหลวง
                   ๒)  ส่งขายตลาดปากคลองตลาด  กรุงเทพมหานคร
                   ๓)  จำหน่ายในสวนให้นักท่องเที่ยวเก็บเองแล้วนำมาชั่ง กิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท
                   ๔)  ส่งโรงงานโดยนำไปแปรรูปหรือแช่แข็งสำหรับสตรอเบอรี่ที่ตกเกรดหรือสตรอเบอรี่ที่เก็บประมาณกลางเดือนกุมภาพันธุ์  ซึ่งจะมีผิวบางไม่สามารถส่งไปในระยะทางไกลได้

 

6. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
          ในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวมีปัจจัยให้เกิดความสำเร็จดังนี้
          6.1 การทำตนให้เปรียบเสมือนน้ำไม่เต็มแก้ว คอยรับองค์ความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมเสมอ
          6.2 “รวยน้ำใจ”การทำการเกษตรต้องเอื้อเฟื้อต่อผู้ทำการเกษตรด้วยกัน เปรียบเสมือนการให้ไม่มีที่สิ้นสุด
          6.3 มุ่งมั่น เอาใจใส่ และเข้าใจกับสิ่งที่ทำให้เกิดความชำนาญ
          6.4 เน้นกระบวนการผลิตให้เกิดความยั่งยืน
          6.5 สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้จากากการปฏิบัติจริงให้แก่ผู้เข้ามาศึกษาหาความรู้
7.แนวคิดในการทำงาน
            “เพื่อให้สตรอเบอรี่ยังคงอยู่เป็นของดีอำเภอสะเมิงต่อไปจำเป็นต้องมีการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพพร้อมทั้งปรับปรุงบำรุงปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างๆเสมอเพื่อให้การผลิตสตรอเบอรี่สามารถอยู่ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน"
                                                                     
8. หลักแนวคิดในการประกอบอาชีพการเกษตร
          “เราต้องขยันและมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล  ไม่เปรียบเสมือนกบที่อยู่ในกะลา  เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า  ต้องเปิดรับความรู้ใหม่ๆเข้ามาด้วย  อาจเป็นความรู้ที่เรารู้อยู่บ้าง  เราก็ต้องมาศึกษา  และเป็นผู้สังเกตด้วย  เปรียบเสมือนเป็นนักวิจัยในงานนั้นๆไปในตัว  ซึ่งจะเป็นหนทางสำเร็จในชีวิต”

9. ที่มาของข้อมูล (ผู้ถอดองค์ความรู้)
          ชื่อ นายสัญชัย  ปัญจะเรือง      ตำแหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
          สำนักงานเกษตรอำเภอ  สะเมิง จังหวัด   เชียงใหม่